ผลสำรวจพบธุรกิจส่วนใหญ่ทึ่งในศักยภาพของ AI ที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน แต่ยังกังวลเรื่องการใช้พลังงาน

ผลสำรวจพบธุรกิจส่วนใหญ่ทึ่งในศักยภาพของ AI ที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน แต่ยังกังวลเรื่องการใช้พลังงาน

ผลสำรวจพบธุรกิจส่วนใหญ่ทึ่งในศักยภาพของ AI ที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน แต่ยังกังวลเรื่องการใช้พลังงาน

  • องค์กรมากกว่าหนึ่งในสองยอมรับว่ามีช่องว่างของความเข้าใจว่าเทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างไร
  • ตลาดเอเชียเป็นตลาดนำในการใช้ AI คลาวด์คอมพิวติ้ง และใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยผลสำรวจพบประเทศไทยอยู่ในลำดับต้น ๆ ในการใช้ AI และคลาวด์คอมพิวติ้ง

อาลีบาบา คลาวด์ ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป เผยรายงาน “แนวโน้มและดัชนีความยั่งยืนที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีประจำปี 2024” (Tech-Driven Sustainability Trends and Index 2024) พบว่าธุรกิจมากกว่าสามในสี่ (76%) ในเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลางตระหนักว่าเทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคลาวด์คอมพิวติ้ง มีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม 61% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังคงกังวลว่าการที่เทคโนโลยีเหล่านี้ใช้พลังงานมากจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้อย่างแพร่หลาย 

การให้ความสำคัญกับการนำศักยภาพของ AI คลาวด์คอมพิวติ้ง และเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาคต่าง ๆ นั้นแตกต่างกัน ผลสำรวจพบว่า ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียเป็นผู้นำในเรื่องนี้ (83%) ตามติดด้วยตลาดตะวันออกกลาง (78%) ยุโรป (74%) และตลาดที่พัฒนาแล้วในเอเชีย (72%) หากลงรายละเอียดระดับประเทศ ตลาดที่ให้ความสนใจและให้ความสำคัญด้านนี้มากที่สุดคือฟิลิปปินส์ (91%) สิงคโปร์ (84%) อินโดนีเซีย (81%) และไทย (81%) 

นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสำรวจโดยเฉลี่ย 80% ได้กำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนไว้แล้ว โดยประเทศไทยสูงกว่าผลเฉลี่ยเล็กน้อยอยู่ที่ 82%

ความแตกต่างในการใช้ AI และความพยายามด้านความยั่งยืนของแต่ละภูมิภาค

แม้การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้จะเป็นไปในเชิงบวก แต่ธุรกิจ 59% ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างไร โดยตลาดเอเชียมีช่องว่างด้านนี้มากที่สุดที่ 63% ตามด้วยยุโรป 61% และตะวันออกกลาง 45% ในเอเชียประเทศไทยอยู่ในลำดับที่สาม (70%) รองจากสิงคโปร์ (83%) และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (75%) 

นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสำรวจประมาณสองในสาม (62%) เชื่อว่าองค์กรของตนยังล้าหลังในการนำคลาวด์คอมพิวติ้งและ AI มาปรับใช้เพื่อเร่งให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้เร็วขึ้น ข้อกังวลนี้มีเปอร์เซ็นที่สูงในประเทศสิงคโปร์ (80%) ฟิลิปปินส์ (77%) ญี่ปุ่น (75%) และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (75%) ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่องค์กรต่างต้องเร่งนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาความยั่งยืน

โดยภาพรวม ธุรกิจ 82% เห็นตรงกันว่าการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยั่งยืน เป็นสิ่งสำคัญต่อบริษัทของตน โดยสิงคโปร์ (93%) ฟิลิปปินส์ (91%) และอินโดนีเซีย (89%) เป็นสามประเทศที่มีสัดส่วนสูง คุณประโยชน์หลากหลายของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความยั่งยืนที่องค์กรที่ตอบแบบสำรวจตระหนักมากที่สุด เช่น ประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ได้ดีขึ้น สำหรับประเทศไทย ผู้ตอบแบบสอบถาม 80% เห็นด้วยกับเรื่องนี้ 

52% ของธุรกิจในตะวันออกกลางมองว่า AI และ ML (แมชชีนเลิร์นนิ่ง) เป็นเทคโนโลยีดิจิทัลที่สำคัญที่สุดสำหรับการพัฒนาความยั่งยืนขององค์กร ในขณะที่ยุโรปให้ความสำคัญเรื่องนี้รองลงมาที่ 41% ตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย 40% และตลาดที่พัฒนาแล้วในเอเชีย 36% ผู้ตอบแบบสำรวจในไทยระบุว่าทั้ง AI/ML และคลาวด์คอมพิวติ้งเป็นเทคโนโลยีดิจิทัลที่สำคัญที่สุด (34%) ในขณะเดียวกัน 81% ของธุรกิจที่ตอบแบบสำรวจรู้สึกว่ายังจำเป็นต้องใช้คนควบคุมและชี้แนะการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและเครื่องมือด้าน AI ต่าง ๆ โดยตลาดตะวันออกกลาง (91%) มีแนวคิดด้านนี้สูงสุด ตามด้วยตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย (83%) ยุโรป (82%) และตลาดพัฒนาแล้วในเอเชีย (74%)

อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสำรวจ 61% กังวลว่าการที่เทคโนโลยีดิจิทัลใช้พลังงานปริมาณมากจะเป็นอุปสรรคต่อการนำ AI ไปใช้ในวงกว้าง โดยสิงคโปร์มีความกังวลสูงสุดที่ 85% ฟิลิปปินส์ 77% เขตบริหารพิเศษฮ่องกง 75% และไทย 65% นอกจากนี้ธุรกิจ 71% ยังเชื่อว่าการใช้พลังงานปริมาณมากของเทคโนโลยีดิจิทัลเช่น AI จะไม่คุ้มกับประโยชน์ที่จะได้รับ โดย 3 ตลาดที่กังวลเรื่องนี้สูงสุดคือสิงคโปร์ 86% ฟิลิปปินส์ 84% และมาเลเซีย 81%

รายงานฉบับนี้ยังเน้นให้เห็นความสำคัญของการเลือกผู้ให้บริการทางเทคโนโลยีที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ในมุมของการเลือกผู้ให้บริการคลาวด์ที่ “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ธุรกิจประมาณครึ่งหนึ่งให้ความสำคัญกับผู้ให้บริการคลาวด์ที่ใช้พลังงานทดแทน (51%) ตามด้วยผู้ให้บริการที่คงไว้ซึ่งการดำเนินงานของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประหยัดพลังงาน (46%) และใช้แนวทางหรือมีโครงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน (42%) ผู้ตอบแบบสำรวจในไทยให้ความสำคัญกับการเลือกผู้ให้บริการคลาวด์แตกต่างเล็กน้อย โดยจัดให้ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประหยัดพลังงานอยู่ในลำดับสูงสุด (51%) ตามด้วยผู้ให้บริการที่มีความมุ่งมั่นในอนาคตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นนวัตกรรมหรือมีความยั่งยืน (41%) และผู้ให้บริการที่ใช้พลังงานทดแทนในการดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์ (38%)

ความมุ่งมั่นต่อ AI ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมโอเพ่นซอร์ส

เซลิน่า หยวน ประธานฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศของอาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า “การตอบแบบสำรวจของผู้มีอำนาจตัดสินใจจาก 13 ตลาด ทำให้รายงานการสำรวจนี้ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับทัศนคติ และความท้าทายในการใช้ AI และคลาวด์คอมพิวติ้งเพื่อความยั่งยืนที่ธุรกิจเผชิญในปัจจุบัน อาลีบาบา คลาวด์ มุ่งมั่นสนับสนุนการเดินบนเส้นทางแห่งความยั่งยืนของธุรกิจต่าง ๆ ด้วยโซลูชันที่ปรับขนาดการทำงานได้และยั่งยืน AI จะกลายเป็นเครื่องมือทรงพลังที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้เหมาะสม ด้วยคำมั่นของเราที่จะใช้พลังงานสะอาด 100% ภายในปี 2573 และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกของเรา รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถให้กับ Generative AI เช่น ประสิทธิภาพของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM)”

การดำเนินงานด้านคลาวด์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของอาลีบาบา คลาวด์ ประสบความสำเร็จอย่างสูง ข้อมูล ณ วันสิ้นสุดปีงบประมาณของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2567 เผยให้เห็นว่าการใช้พลังงานเฉลี่ย (PUE) ของดาต้าเซ็นเตอร์ที่บริษัทฯ สร้างเองมีประสิทธิภาพดีขึ้นเป็น 1.200 จาก 1.215 ในปีงบประมาณก่อนหน้า โดย 56% ของการใช้ไฟฟ้ามาจากแหล่งพลังงานสะอาด นอกจากนี้โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของอาลีบาบา ยังช่วยให้ลูกค้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 9.884 ล้านตัน ซึ่งลดได้เพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่งถึง 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ อาลีบาบา คลาวด์ ยังเป็นผู้นำในการช่วยให้การใช้ AI แพร่หลายมากขึ้น ผ่านการเปิดโอเพ่นซอร์สให้ธุรกิจทุกขนาดเข้าถึงเทคโนโลยี AI ขั้นสูงได้ด้วยค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม อาลีบาบา คลาวด์ เสริมแกร่งให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถสร้างแอปพลิเคชัน AI เฉพาะงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าใช้จ่าย ด้วยการเปิดโอเพ่นซอร์สโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ล้ำสมัยของบริษัทฯ ในตระกูล Qwen ซึ่งรวมถึง Qwen2.5-VL และ Qwen2.5-1M และ Tongyi Wanxiang (Wan) ซึ่งเป็นโมเดลพื้นฐานด้านวิดีโอของ บริษัทฯ โมเดลโอเพ่นซอร์สเหล่านี้ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการสร้างโมเดลอนุพันธ์มากกว่า 100,000 โมเดล บน Hugging Face ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามารถรอบด้านของโมเดลเหล่านี้ และการนำไปใช้แพร่หลายทั่วโลก อาลีบาบา คลาวด์ สนับสนุนโมเดลที่มีขนาดพารามิเตอร์เล็กลง เพื่อลดค่าใช้จ่ายและลดการใช้พลังงานในการฝึกอบรมและปรับใช้ AI เป็นการส่งเสริมระบบนิเวศการทำงานร่วมกันที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมที่ประหยัดพลังงาน

รายงาน “Tech-Driven Sustainability Trends and Index 2024” ทำการสำรวจผู้มีอำนาจตัดสินใจ 1,300 รายใน 13 ตลาด มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณประโยชน์เกี่ยวกับภูมิทัศน์การพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร รายงานการสำรวจเน้นย้ำไปที่บทบาทสำคัญของเทคโนโลยีในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่สร้างผลกระทบสำคัญ และเน้นให้เห็นความจำเป็นที่ธุรกิจควรใช้ AI และคลาวด์คอมพิวติ้งอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อขจัดความกังวลด้านการใช้พลังงานและลดช่องว่างของการทำงานด้านความยั่งยืน

เกี่ยวกับการสำรวจ

รายงาน “Tech-Driven Sustainability Trends and Index 2024” ของอาลีบาบา คลาวด์ จัดทำโดยอิสระโดย Yonder Consulting ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจ พร้อมด้วยการให้คำปรึกษา การออกแบบ และการวิเคราะห์จาก The Purpose Business ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน การสำรวจครั้งนี้เป็นการรวบรวมความคิดเห็นจากผู้นำธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง 1,300 คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยีและการสื่อสาร การเงิน โครงสร้างพื้นฐาน ทรัพยากรหมุนเวียน การดูแลสุขภาพ การขนส่ง ค้าปลีก และภาคการผลิต โดยทำการสำรวจจากวันที่ 10 พฤษภาคม ถึงวันที่ 19 มิถุนายน 2567

ผู้ตอบแบบสำรวจมาจากตลาด 13 แห่งในเอเชีย ยุโรป และ ตะวันออกกลาง ในเอเชียประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ในยุโรปประกอบด้วย ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร และในตะวันออกกลางประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คำว่าตลาดที่พัฒนาแล้วในเอเชียหมายถึง เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ส่วนคำว่าตลาดเกิดใหม่ในเอเชียในที่นี้หมายถึง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย

Red Hat Honours National ITMX Co., Ltd and Government Savings Bank for Pioneering Open Source Initiatives at the Red Hat APAC Innovation Awards 2024 for Thailand

National ITMX และ Government Savings Bank คว้ารางวัล Red Hat APAC Innovation Awards 2024 ด้วยการเป็นผู้นำในการใช้โอเพ่นซอร์ส

Red Hat Honours National ITMX Co., Ltd and Government Savings Bank for Pioneering Open Source Initiatives at the Red Hat APAC Innovation Awards 2024 for Thailand

The winners were handed awards for their achievements in leveraging Red Hat solutions creatively to transform and innovate.

Red Hat, Inc., the world’s leading provider of open source solutions, announced the winners of the Red Hat APAC Innovation Awards 2024 for Thailand today. Red Hat recognised the noteworthy milestones achieved by National ITMX Co., Ltd and Government Savings Bank for their innovative use of Red Hat solutions to address the evolving needs of their customers.

In an ever-evolving global business landscape, the Asia Pacific region (APAC) remains resilient and is, in fact, in the midst of rapid growth. With its dynamic economies, diverse cultures, and vast consumer bases, APAC’s promising territories present growth opportunities for businesses big and small alike. Technology remains a pivotal factor in shaping the business landscape, helping enterprises scale and innovate.

Embodying this year’s theme, “Unlock what’s next”, the Red Hat APAC Innovation Awards celebrates customers who have harnessed the power of open source technologies to drive transformation and innovation. These customers are recognized for demonstrating how enterprises can overcome the dual challenge of managing escalating infrastructure costs alongside evolving business demands. These awards also celebrate the achievements of 31 winners across all 11 countries, showcasing how businesses across the region have successfully leveraged Red Hat solutions to overcome challenges and pioneer new customer-centric solutions.

According to the Red Hat 2024 Global Tech Trends, the top funding priorities for businesses across the APAC region are building cloud-native applications, improving digital user experience and accelerating application/service delivery.  These findings highlight the importance of innovative solutions in the awards’ five key categories that reflect areas that can empower organizations to navigate business challenges faced today: Digital Transformation, Hybrid Cloud Infrastructure, Cloud-Native Development, Automation, and Resilience. 

The winners were chosen for their outstanding use of Red Hat solutions, demonstrating significant contributions to their business objectives. Each organization exemplifies the transformative potential of open source technology, pioneering advancements in business processes, enhancing productivity, fostering innovation and fortifying resilience in the face of challenges. Their success stories underscore the pivotal role of Red Hat in empowering enterprises across the APAC region to achieve unparalleled growth through strategic deployment of open source solutions.

Category: Digital Transformation and Cloud-Native Development

Winner: National ITMX Co., Ltd

National ITMX (National Interbank Transaction Management and Exchange) has been established as Thailand’s National Payment Infrastructure and plays a pivotal role in advancing payment technology to ensure that the country’s payment systems and financial services are inclusive, efficient, and aligned with the evolving digital economy. As digital payments become the preferred choice for consumers and businesses, National ITMX’s responsibilities continue to expand in support of Thailand’s National e-Payment Roadmap. The company is committed to enhancing scalability, interoperability, and security, fostering a seamless and robust financial ecosystem that drives economic growth and global competitiveness.

As PromptPay continues its rapid expansion, with growing numbers of users and transactions, ensuring scalability, reliability, and interoperability has become more crucial than ever. NITMX has invested in a next-generation payment infrastructure to support this growth, leveraging the Red Hat OpenShift Container Platform, Red Hat Enterprise Linux, and Red Hat Ansible Automation Platform. By embracing containerization, automation, and enterprise-grade open-source technologies, NITMX ensures that PromptPay remains a highly scalable, secure, and resilient digital payment system. These advancements strengthen PromptPay’s ability to handle increasing demand while maintaining seamless integration with financial institutions and payment networks. They also reinforce Thailand’s position as a leader in digital payments and economic innovation.

Category: Digital Transformation and Cloud-Native Development

Winner: Government Savings Bank

Government Savings Bank (GSB) is a social bank with two main objectives: “reduce inequality and create fairness in the society” by utilizing profits from commercial missions to support social missions. The bank maintains a customer base of more than 26 million accounts and continues to modernise its image and services to cater to the needs and preferences of all groups of customers. Driven by the high level of competitiveness in launching new, innovative financial services to expand customer base and increase revenue, GSB saw the need to embark on a digital transformation journey.

GSB worked with Red Hat to transform their application development team through a Red Hat Open Innovation Labs residency, using it to develop their pilot project on lending service. Loan customers can now register and pre-screen loan amounts that better understand loan amounts that they can apply for through the Online Lending Advisor platform in selected branches or online using the GSB MyMo mobile app, instead of going through a manual process which typically involves in-person pre-screening and a lead time of one week or more. This accelerated the process of application development compared to past monolithic applications used, resulting in a better time-to-market for the bank. Within the organisation, the application development teams also adopted the DevOps culture which promotes greater collaboration within the team, resulting in cross-sharing of ideas and leveraging the skills of team members to create innovative applications in a timely manner.

Supporting Quotes

Marjet Andriesse, senior vice president and general manager, APJC, Red Hat

“Despite the uncertain economic conditions in 2024, we have seen the remarkable milestones achieved by our customers. This year, we want to highlight the innovative strides of these organisations at the Red Hat APAC Innovation Awards 2024 as they leverage advanced technologies to drive business initiatives. Open source remains the key to help organisations uncover what is next and pave the way for success with the right tools and expertise.”

Mr. Niwat Kanwaset, Senior Assistant Managing Director Platform Ops BU, National ITMX Co., Ltd.

“To date, we have 80.37 (as of 28 Feb 2025) million Thai users who registered for PromptPay and we proceeded with transactions of more than 23,000 million in seconds (real-time) last year via both the credit transfer and the scan of a QR code. Red Hat has allowed us to enhance scalability, efficiency, and integration speed in local and cross-border QR payments to help us provide a better user experience for digital customers.”

Mr. Mana Suangthonglang, Senior Executive Vice President Information Technology Group,, Government Savings Bank
“In order to reduce inequality and create fairness in the society, it was GSB’s priority to modernise ourselves to meet our customers’ needs. Using Red Hat OpenShift, we saw how an application could be developed and produced within three months, compared to what would have taken a year in the past. Red Hat gave us the confidence to service high volumes of customer transactions with increased business agility and we hope our team’s success would spark the start of another team’s digital transformation journey.”

National ITMX และ Government Savings Bank คว้ารางวัล Red Hat APAC Innovation Awards 2024 ด้วยการเป็นผู้นำในการใช้โอเพ่นซอร์ส

National ITMX และ Government Savings Bank คว้ารางวัล Red Hat APAC Innovation Awards 2024 ด้วยการเป็นผู้นำในการใช้โอเพ่นซอร์ส

National ITMX และ Government Savings Bank คว้ารางวัล Red Hat APAC Innovation Awards 2024 ด้วยการเป็นผู้นำในการใช้โอเพ่นซอร์ส

องค์กรทั้งสองแห่งได้รับรางวัลจากความสำเร็จในการใช้โซลูชันของเร้ดแฮท ทรานส์ฟอร์มและสร้างนวัตกรรมให้องค์กรได้อย่างสร้างสรรค์

เร้ดแฮท ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันโอเพ่นซอร์สประกาศรายชื่อองค์กรที่ได้รับรางวัล Red Hat APAC Innovation Awards 2024 ประจำประเทศไทย โดยยกย่องความสำเร็จอันโดดเด่นของ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (National ITMX Co., Ltd) และธนาคารออมสิน (GSB) ในการใช้โซลูชันของเร้ดแฮทอย่างสร้างสรรค์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง 

ในโลกธุรกิจที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังคงมีพลังในการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง และกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโอกาสในการเติบโตของธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจที่มีพลวัต วัฒนธรรมที่หลากหลาย และฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่ เทคโนโลยียังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดภูมิทัศน์ทางธุรกิจ ขับเคลื่อนการเติบโตและสนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรม

Red Hat APAC Innovation Awards ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Unlock what’s next” มอบรางวัลให้แก่ลูกค้าที่นำศักยภาพของเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สไปใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและสร้างนวัตกรรม โดยองค์กรที่ได้รับรางวัล เป็นองค์กรที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเอาชนะความท้าทายสองประการที่คู่กันมา คือ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่เพิ่มสูงขึ้น และความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อม ๆ กันอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้มีองค์กร 31 แห่งจาก 11 ประเทศทั่วภูมิภาคได้รับรางวัล สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจในภูมิภาคประสบความสำเร็จในการนำโซลูชันของเร้ดแฮทมาใช้เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ และพัฒนาโซลูชันใหม่ ๆ ที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

ผลสำรวจ Red Hat 2024 Global Tech Trends พบว่า ธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ความสำคัญกับการลงทุนสามด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาแอปพลิเคชันคลาวด์-เนทีฟ การยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลของผู้ใช้ และการเร่งกระบวนการนำเสนอแอปพลิเคชัน/บริการออกสู่ตลาด ผลสำรวจนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมที่ปรากฎอยู่ในประเภทของรางวัลห้าประเภทหลัก ที่สะท้อนถึงเทคโนโลยีโซลูชันและแนวทางที่จะช่วยเสริมศักยภาพให้องค์กรสามารถรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจที่เผชิญอยู่ในปัจจุบันได้ ซึ่งประกอบด้วยรางวัลประเภท Digital Transformation (การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล), Hybrid Cloud Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐานไฮบริดคลาวด์), Cloud-Native Development (การพัฒนาคลาวด์-เนทีฟ), Automation (ระบบอัตโนมัติ), และ Resilience (ความยืดหยุ่น)

ผู้ชนะคัดเลือกจากองค์กรที่นำโซลูชันของเร้ดแฮทไปใช้และประสบความสำเร็จสูง และแสดงให้เห็นว่าความสำเร็จนั้นเป็นส่วนสำคัญต่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจขององค์กร องค์กรแต่ละแห่งล้วนแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สที่ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลง เช่น ทำให้เกิดกระบวนการทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพล้ำหน้า เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งเสริมนวัตกรรม และเสริมสร้างความยืดหยุ่นเมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ เรื่องราวความสำเร็จเหล่านี้ตอกย้ำบทบาทสำคัญของเร้ดแฮทที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับองค์กรทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ให้บรรลุการเติบโตที่เหนือชั้นผ่านการใช้โซลูชันโอเพ่นซอร์สอย่างมีกลยุทธ์

ประเภทรางวัล: Digital Transformation และ Cloud-native Development

ผู้ได้รับรางวัล: บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (National ITMX Co., Ltd)

บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX)  ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินของประเทศ โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีการชำระเงินเพื่อให้ระบบการชำระเงินและบริการทางการเงินของประเทศให้เกิดความทั่วถึง (Inclusive) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Efficient) รวมถึงมีเสถียรภาพ (Stability) เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโตและเพิ่มศักยภาพของประเทศในการแข่งขันระดับสากล

ปัจจุบันการโอนเงินและชำระเงินแบบดิจิทัลกลายเป็นทางเลือกหลักของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ บทบาทของ National ITMX จึงมีความสำคัญในการสนับสนุน Thailand’s National e-Payment Roadmap บริษัทมุ่งมั่นและให้ความสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณธุรกรรม (Scalability), การเชื่อมต่อระบบ (Interoperability), และความปลอดภัย (Security) เพื่อสร้างระบบการเงินที่แข็งแกร่งและไร้รอยต่อ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก

ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของ PromptPay ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้งานและปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณธุรกรรมจำนวนมาก, ความเสถียรของระบบ และการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ จึงกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินใหม่ โดยร่วมมือกับเร้ดแฮท เพื่อนำ Red Hat OpenShift Container Platform, Red Hat Enterprise Linux และ Red Hat Ansible Automation Platform มาใช้เป็นเทคโนโลยีหลัก การนำเทคโนโลยีคอนเทนเนอร์ (Containerization) ระบบอัตโนมัติ (Automation) และซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สระดับองค์กรมาใช้ ช่วยเสริมสร้างความสามารถของระบบ PromptPay ให้มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และสามารถรองรับปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยการพัฒนาดังกล่าวช่วยให้ระบบ PromptPay สามารถยกระดับการทำงานร่วมกับสถาบันการเงินและเครือข่ายการชำระเงินได้อย่างไร้รอยต่อ ตลอดจนสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการชำระเงินดิจิทัลและนวัตกรรมทางเศรษฐกิจในระดับสากล

ประเภทรางวัล: Digital Transformation และ Cloud-native Development

ผู้ได้รับรางวัล: ธนาคารออมสิน (GSB)

ธนาคารออมสิน เป็นธนาคารเพื่อสังคมที่มีวัตถุประสงค์หลักสองประการ คือ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างการเข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรม ด้วยการนำกำไรจากการดำเนินกิจการเชิงพาณิชย์ไปสนับสนุนภารกิจเพื่อสังคม ปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้ามากกว่า 26 ล้านบัญชี และยังคงมุ่งมั่นปรับภาพลักษณ์และพัฒนาบริการให้ทันสมัยเพื่อตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้าทุกกลุ่ม ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงในการเปิดตัวบริการทางการเงินใหม่ ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ ธนาคารออมสิน เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการเดินหน้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation)

ธนาคารออมสินได้ร่วมมือกับเร้ดแฮทเพื่อทรานส์ฟอร์มทีมพัฒนาแอปพลิเคชันของธนาคารฯ ผ่าน Red Hat Open Innovation Labs residency โดยใช้พัฒนาโครงการนำร่องด้านบริการสินเชื่อ ส่งผลให้ปัจจุบันลูกค้าสินเชื่อของธนาคารฯ สามารถลงทะเบียนขอสินเชื่อ และตรวจสอบวงเงินที่สามารถขอสินเชื่อได้ ผ่านแพลตฟอร์ม Online Lending Advisor ในสาขาที่กำหนด หรือผ่านทางแอปพลิเคชันบนมือถือ GSB MyMo แทนกระบวนการแบบเดิมที่ต้องดำเนินการด้วยตนเอง ซึ่งมักจะต้องผ่านขั้นตอนคัดกรองเบื้องต้นที่สาขาและใช้ระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์หรือมากกว่านั้น การดำเนินการดังกล่าว ช่วยให้กระบวนการพัฒนาแอปพลิเคชันทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับแอปพลิเคชันโมโนลิธิก (Monolithic) แบบเดิมที่เคยใช้ ทำให้ธนาคารสามารถนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ทีมพัฒนาแอปพลิเคชันภายในองค์กรของธนาคารออมสิน ยังได้นำวัฒนธรรม DevOps มาใช้ ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานร่วมกันภายในทีม เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดและทักษะระหว่างสมาชิกในทีม เพื่อสร้างแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์และส่งสู่ตลาดได้ในเวลาที่เหมาะสม

คำกล่าวสนับสนุน

มาร์เจ็ต แอนดรีซ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป เร้ดแฮท เอเชียแปซิฟิก

“แม้จะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนในปี 2024 เร้ดแฮทได้เห็นความสำเร็จอันโดดเด่นและน่าทึ่งที่ลูกค้าของเราบรรลุได้ ในปีนี้เราต้องการเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าทางนวัตกรรมขององค์กรเหล่านี้ในงาน Red Hat APAC Innovation Awards 2024 ที่พวกเขาได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อขับเคลื่อนแผนงานทางธุรกิจ และโอเพ่นซอร์สยังคงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรค้นพบสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปและปูทางสู่ความสำเร็จด้วยเครื่องมือและความเชี่ยวชาญที่ถูกต้องเหมาะสม”

นายนิวัฒน์ กัณวเศรษฐ์, Senior Assistant Managing Director Platform Ops BU, National ITMX Co., Ltd.

“ปัจจุบัน PromptPay มีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้วจำนวน 80.37 ล้านราย (ข้อมูล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568) และในปีที่ผ่านมา มีการประมวลผลแบบเรียลไทม์มากกว่า 23,000 ล้านรายการต่อวินาที ผ่านทั้งการโอนเงิน (Credit Transfer) และการสแกน QR Code เพื่อชำระเงิน โดยเร้ดแฮทมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ PromptPay สามารถเพิ่มขีดความสามารถของระบบ (Scalability) ปรับปรุงประสิทธิภาพ (Efficiency) และเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อ (Integration Speed) เพื่อรองรับการชำระเงินผ่าน QR Code ภายในประเทศและต่างประเทศ การพัฒนาดังกล่าวช่วยให้ PromptPay สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ใช้งานและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบการชำระเงินของไทย”

นายมานะ ทรวงทองหลาง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ

“การปรับองค์กรให้ทันสมัยเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เป็นความสำคัญอันดับแรกของธนาคารออมสิน เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้ลูกค้าและประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินและแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยที่เป็นธรรมในระบบ ซึ่ง Red Hat OpenShift ช่วยให้เราพัฒนาและผลิตแอปพลิเคชันได้ภายในสามเดือนแทนที่จะเป็นหนึ่งปีเหมือนในอดีต เร้ดแฮทช่วยให้เราสามารถให้บริการธุรกรรมลูกค้าจำนวนมากได้อย่างมั่นใจ พร้อมความคล่องตัวทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น และเราหวังว่าความสำเร็จของทีมเราจะจุดประกายให้ทีมอื่น ๆ เริ่มต้นเส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล”

Alibaba Cloud Open Sources its AI Models for Video Generation

Alibaba Cloud Launches Carbon Management Solution

Alibaba Cloud Open Sources its AI Models for Video Generation

Alibaba Cloud, the digital technology and intelligence backbone of Alibaba Group, recently made its AI models for video generation freely available as part of its latest efforts to contribute to the open-source community.

It is open sourcing four models of its 14 – billion(B)-parameter and 1.3 – billion(B)-parameter versions of Wan2.1 series, the latest iteration of its video foundation model Tongyi Wanxiang (Wan).

The four models, including T2V-14B, T2V-1.3B, I2V-14B-720P, and I2V-14B-480P, are designed to generate high-quality images and videos from text and image inputs. They are available for download on Alibaba Cloud’s AI model community, Model Scope, and the collaborative AI platform Hugging Face, accessible to academics, researchers, and commercial institutions worldwide. Within a week of their launch, the combined downloads of the four Wan2.1 open-source models on ModelScope and Hugging Face exceeded 1 million.

Unveiled earlier this year, Wan2.1 series is the first video generation model to support text effects in both Chinese and English. It excels at generating realistic visuals by accurately handling complex movements, enhancing pixel quality, adhering to physical principles, and optimizing the precision of instruction execution. Its precision in following instructions has propelled Wan2.1 to the top of the VBench leaderboard, a comprehensive benchmark suite for video generative models.

According to VBench, the Wan2.1 series, with an overall score of 86.22%, leads in key dimensions such as dynamic degree, spatial relationships, color, and multi-object interactions

Training video foundation models requires immense computing resources and vast amounts of high-quality training data. Open access helps lower the barrier for more businesses to leverage AI, enabling them to create high-quality visual content tailored to their needs in a cost-effective way.

The T2V-14B model is better suited for creating high-quality visuals with substantial motion dynamics, while the T2V-1.3B model strikes a balance between generation quality and computational power, making it ideal for a broad range of developers conducting secondary development and academic research. For example, the T2V-1.3B model allows users with standard personal laptops to generate a 5-second-long video at 480p resolution in as little as around 4 minutes.

In addition to supporting text-to-video generation, the I2V-14B-720P and I2V-14B-480P models also offer image-to-video capabilities. Users simply need to input a single image along with a brief text description to generate dynamic video content. The platform supports normal-sized image inputs of any dimensions.

Alibaba Cloud was one of the first major global tech companies to make its self-developed large-scale AI model open-source, releasing its first open-model Qwen (Qwen-7B) in August 2023. Qwen open-models have consistently topped the Hugging Face Open LLM Leaderboards, with performances matching that of leading global AI models across various benchmarks.

As of now, more than 100,000 derivative models based on the Qwen family of models have been developed on Hugging Face, making it one of the largest AI model families worldwide.

อาลีบาบา คลาวด์ เปิดโอเพ่นซอร์ส โมเดล AI สำหรับการสร้างวิดีโอ

Alibaba Cloud Launches Carbon Management Solution

อาลีบาบา คลาวด์ เปิดโอเพ่นซอร์ส โมเดล AI สำหรับการสร้างวิดีโอ

อาลีบาบา คลาวด์ ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป เปิดให้ใช้งานโมเดล AI สำหรับการสร้างวิดีโอโดยไม่มีค่าใช้จ่าย นับเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นครั้งล่าสุด ของบริษัทฯ ในการสนับสนุนชุมชนโอเพ่นซอร์ส

โมเดลโอเพ่นซอร์สมีสี่โมเดลที่อยู่ในกลุ่ม Wan2.1 series ประกอบด้วยเวอร์ชันขนาด 14-พันล้านพารามิเตอร์ และ 1.3-พันล้านพารามิเตอร์ ทั้งนี้ Wan2.1 series เป็นรุ่นล่าสุดของ Tongyi Wanxiang (Wan) ซึ่งเป็นโมเดลวิดีโอพื้นฐานของบริษัทฯ

โมเดลทั้ง 4 ประกอบด้วย T2V-14B, T2V-1.3B, I2V-14B-720P และ I2V-14B-480P ออกแบบมาเพื่อสร้างภาพและวิดีโอคุณภาพสูงจากการอินพุทข้อความและรูปภาพ เปิดให้ดาวน์โหลดได้บน Model Scope ซึ่งเป็นชุมชนด้านโมเดล AI ของอาลีบาบา คลาวด์ และบนแพลตฟอร์ม Hugging Face ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการทำงานด้าน AI ที่เปิดให้นักวิชาการ นักวิจัย และสถาบันเชิงพาณิชย์ทั่วโลกทำงานร่วมกัน ทั้งนี้ภายในสัปดาห์แรกที่เปิดตัว โมเดล Wan2.1 ทั้งสี่รุ่น มียอดดาวน์โหลดรวมบน ModelScope และ Hugging Face ทะลุเกิน 1 ล้านครั้งแล้ว

Wan2.1 เป็นโมเดลสร้างวิดีโอรุ่นแรกที่รองรับการปรับเปลี่ยนข้อความทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษที่เปิดตัวเมื่อต้นปี 2568 มีความสามารถเป็นเลิศในการสร้างภาพที่สมจริง โดยสามารถจัดการการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ เพิ่มคุณภาพพิกเซล ดำเนินการตามหลักการทางกายภาพ และปรับความแม่นยำของการทำตามคำสั่งให้เหมาะสม ความแม่นยำในการทำตามคำสั่งต่าง ๆ ทำให้ Wan2.1 ก้าวขึ้นไปอยู่ในลำดับต้น ๆ ของ VBench leaderboard ซึ่งเป็นชุดเกณฑ์มาตรฐานด้านโมเดลการสร้างวิดีโอที่ครอบคลุม

คะแนนรวมของ Wan2.1 บน VBench อยู่ที่ 86.22% เป็นผู้นำในมิติสำคัญต่าง ๆ เช่น ระดับความเคลื่อนไหว ความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ ความถูกต้องของสี และการจัดความสัมพันธ์ของอ็อบเจกต์หลายรายการ

การเทรนโมเดลพื้นฐานที่ใช้สร้างวิดีโอต่าง ๆ ต้องใช้ทรัพยากรการประมวลผลจำนวนมหาศาล และต้องมีข้อมูลที่จะใช้เทรนที่มีคุณภาพสูงจำนวนมาก การเปิดให้เข้าใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายช่วยลดอุปสรรค และทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ใช้ประโยชน์จาก AI ได้มากขึ้น สามารถสร้างภาพที่มีคุณภาพสูงและปรับให้ตรงกับความต้องการของตนได้ด้วยค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

โมเดล T2V-14B เหมาะกับการสร้างภาพคุณภาพสูงที่มีไดนามิกของการเคลื่อนไหวสูง ในขณะที่โมเดล T2V-1.3B มีความสมดุลระหว่างคุณภาพในการสร้างภาพและพลังการประมวลผล จึงเหมาะสำหรับนักพัฒนาในวงกว้างที่ทำการพัฒนาต่อยอดจากของเดิม (secondary development) และการวิจัยทางวิชาการ เช่น โมเดล T2V-1.3B ช่วยให้ผู้ใช้งานใช้แล็ปท็อปส่วนตัวสร้างวิดีโอความยาว 5 วินาที ด้วยความละเอียดที่ 489p ได้ในเวลาเพียงประมาณ 4 นาที

นอกจากรองรับการแปลงข้อความเป็นวิดีโอแล้ว โมเดล I2V-14B-720P และ I2V-14B-480P ยังสามารถแปลงภาพเป็นวิดีโอได้ด้วย โดยผู้ใช้เพียงอินพุตภาพหนึ่งภาพพร้อมคำอธิบายเป็นข้อความสั้น ๆ เพื่อสร้างเนื้อหาวิดีโอเคลื่อนไหวได้ แพลตฟอร์มนี้รองรับการอินพุตภาพขนาดปกติได้ทุกมิติ

อาลีบาบา คลาวด์ เป็นหนึ่งในบริษัทด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกรายแรก ๆ ที่เปิดโอเพ่นซอร์สโมเดล AI ขนาดใหญ่ที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นเอง โดยเปิดโอเพ่นโมเดล Qwen (Qwen-7B) เป็นครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2566 ทั้งนี้ Hugging Face Open LLM Leaderboards จัดให้โมเดลแบบเปิดของ Qwen อยู่ในอันดับสูงในเกณฑ์มาตรฐานการวัดประสิทธิภาพด้านต่าง ๆ มาโดยตลอด ด้วยประสิทธิภาพที่เทียบเท่ากับโมเดล AI ชั้นนำของโลก

ปัจจุบัน มีการพัฒนาโมเดลอนุพันธ์มากกว่า 100,000 รายการจากโมเดลในตระกูล Qwen บน Hugging Face ทำให้ Qwen เป็นหนึ่งในตระกูลโมเดล AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก